Browse By

Tag Archives: ฟุตบอล

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดฉากเร่ง “มาเตอุส มาเน่” ร่วมทีมเสริมพลัง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดฉากเร่ง “มาเตอุส มาเน่” ร่วมทีมเสริมพลัง ตลาดนักเตะยุโรปกลับมาคึกคักอีกครั้ง และคราวนี้ความเคลื่อนไหวที่ถูกจับตาอย่างมากคือการที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดฉากเดินเกมรวดเร็ว หวังคว้าตัว “มาเตอุส มาเน่” ดาวรุ่งที่กำลังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในเวทีฟุตบอลยุโรป มาร่วมทีมให้ได้โดยเร็วที่สุด แหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า บอร์ดบริหารปีศาจแดงไม่ต้องการปล่อยให้ดีลนี้ยืดเยื้อ เพราะมีหลายสโมสรให้ความสนใจเช่นกัน การขยับตัวอย่างฉับไวคือสัญญาณชัดเจนว่า ยูไนเต็ดต้องการปิดดีลก่อนที่การแข่งขันจะทวีความรุนแรง ทำไมต้อง “มาเตอุส มาเน่” ? แม้ชื่อของมาเตอุส มาเน่ จะยังไม่ใช่ระดับซูเปอร์สตาร์ในสายตาแฟนบอลทั่วไป แต่ในแวดวงแมวมอง เขาถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่มีศักยภาพสูงและพัฒนาได้อีกมาก จุดเด่นของเขาอยู่ที่ คุณสมบัติเหล่านี้สอดคล้องกับแนวทางฟุตบอลยุคใหม่ ที่ต้องการผู้เล่นสารพัดประโยชน์และมีความเข้มข้นสูง เข้าถึงทุกการเดิมพันได้ง่ายผ่าน ทางเข้า UFABET ล่าสุด เว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์ รองรับมือถือทุกระบบ เข้าเล่นได้ตลอด 24 ชั่วโมง 1. ตอบโจทย์ฟุตบอลยุคใหม่: ความเร็ว

บูกาโย ซาก้า เปิดใจ หลังอาร์เซนอลพังคาบ้าน แมนยู

บูกาโย ซาก้า เปิดใจ หลังอาร์เซนอลพังคาบ้าน แมนยู ความพ่ายแพ้ของ อาร์เซนอล ต่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คารังเอมิเรตส์ สเตเดียม ในศึก พรีเมียร์ลีก ไม่ได้สร้างบาดแผลแค่บนตารางคะแนนเท่านั้น แต่ยังสะเทือนถึงสภาพจิตใจของทีมอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อหนึ่งในผู้นำสำคัญของทีมอย่าง บูกาโย ซาก้า ออกมาให้สัมภาษณ์หลังเกมด้วยถ้อยคำที่ตรงไปตรงมา ชัดเจน และไม่หลบความจริง ถึงสิ่งที่เขาและเพื่อนร่วมทีม “ทำได้ไม่ดีพอ” ในเกมใหญ่ที่ไม่ควรพลาด คำพูดของซาก้าไม่ได้มีน้ำเสียงโจมตีใครเป็นรายบุคคล แต่กลับสะท้อนความรับผิดชอบร่วมกันของทั้งทีม และยิ่งตอกย้ำว่าความพ่ายแพ้นัดนี้ ไม่ใช่อุบัติเหตุของฟุตบอลธรรมดา แต่คือบทเรียนสำคัญของทีมที่กำลังเดินอยู่บนเส้นทางลุ้นแชมป์ บริบทก่อนเกม : เกมที่ปืนใหญ่หวังย้ำศักดิ์ศรี ก่อนลงสนาม อาร์เซนอลอยู่ในช่วงฟอร์มที่ดี ได้เล่นในบ้าน และถูกมองว่าเป็นฝ่ายได้เปรียบแทบทุกด้าน เกมกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จึงถูกคาดหวังว่าเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ความแข็งแกร่ง และโอกาสสำคัญในการกดดันคู่แข่งบนหัวตาราง ในทางกลับกัน แมนยูถูกมองว่าเป็นทีมรอง หลายเสียงตั้งคำถามถึงความแน่นอนในเกมใหญ่ แต่พรีเมียร์ลีกไม่เคยตัดสินกันจากชื่อชั้นหรือฟอร์มที่ผ่านมา

โอเดการ์ด เปิดใจ 2 สาเหตุใหญ่ อาร์เซน่อลพังคาบ้าน แมนยู

โอเดการ์ด เปิดใจ 2 สาเหตุใหญ่ อาร์เซน่อลพังคาบ้าน แมนยู ความพ่ายแพ้ของ อาร์เซน่อล ต่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คารังเอมิเรตส์ สเตเดียม ในศึก พรีเมียร์ลีก ไม่ได้จบลงแค่ผลการแข่งขันในสนาม แต่ยังทิ้งแรงสั่นสะเทือนอย่างหนักต่อสภาพจิตใจของทีม เมื่อกัปตันทีมอย่าง มาร์ติน โอเดการ์ด ออกมาให้สัมภาษณ์หลังเกมด้วยน้ำเสียงผิดหวัง พร้อมชี้ชัด “สองสาเหตุหลัก” ที่ทำให้อาร์เซน่อลต้องพบกับความพ่ายแพ้แบบเจ็บปวดต่อคู่ปรับตลอดกาล คำพูดของโอเดการ์ดไม่ได้เป็นการโทษใครเป็นรายบุคคล แต่เป็นการสะท้อนภาพรวมของทีมในเกมใหญ่ ที่แม้จะครองบอล เล่นเกมรุกได้ตามแผน แต่กลับไม่สามารถควบคุมรายละเอียดสำคัญที่ตัดสินผลการแข่งขันได้ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ความพ่ายแพ้นัดนี้ “หนักหนากว่าการแพ้ธรรมดา” บริบทก่อนเกม : เกมแห่งความหวังของปืนใหญ่ ก่อนเกมนี้ อาร์เซน่อลถูกยกให้เป็นหนึ่งในทีมที่มีฟอร์มสม่ำเสมอที่สุดของลีก การได้เล่นในบ้าน ท่ามกลางเสียงเชียร์ของแฟนบอล และการอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ ทำให้หลายคนคาดหวังว่านี่จะเป็นเกมที่ปืนใหญ่ใช้ย้ำความแข็งแกร่งเหนือคู่แข่งโดยตรง ในขณะที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เดินทางมาเยือนด้วยสถานะทีมรอง หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงความแน่นอนและสภาพจิตใจในเกมใหญ่ แต่ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกไม่เคยตัดสินกันจากฟอร์มก่อนแข่ง

อาหมัด สวนกลับแฟนปืน หลังแมนยูบุกทุบ อาร์เซน่อล คาบ้าน

ชัยชนะของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่บุกไปเอาชนะ อาร์เซน่อล ถึงถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดียม ในศึก พรีเมียร์ลีก ไม่ได้จบลงแค่เสียงนกหวีดสุดท้ายในสนามเท่านั้น แต่ยังลุกลามต่อเนื่องไปถึงโลกโซเชียล เมื่อ อาหมัด ดิยัลโล แนวรุกของผีแดง ออกมาตอบโต้กระแสจากแฟนบอลปืนใหญ่แบบตรงไปตรงมา หลังถูกวิจารณ์และยั่วยุจากฝั่งเจ้าถิ่น เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของอารมณ์หรือคำพูดหลังเกม แต่สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจที่กลับมาอีกครั้งของแมนยู รวมถึงสภาพจิตใจของนักเตะที่ “ไม่ยอมก้มหัว” ให้กับแรงกดดันจากคู่แข่ง และนั่นคือหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ชัยชนะนัดนี้มีความหมายมากกว่าสามแต้ม บริบทก่อนเกม : ศึกใหญ่ที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน ก่อนเกมนี้ อาร์เซน่อล ถูกมองว่าเป็นฝ่ายได้เปรียบ ทั้งฟอร์มการเล่น การลุ้นแชมป์ และการได้เล่นในบ้าน ขณะที่แมนยูยังถูกตั้งคำถามถึงความสม่ำเสมอ และความแข็งแกร่งในเกมใหญ่ แฟนบอลปืนใหญ่จำนวนมากเชื่อว่านี่คือโอกาสสำคัญในการตอกย้ำความเหนือกว่า แต่ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกไม่เคยเป็นไปตามบทที่ใครเขียนไว้ และสิ่งที่เกิดขึ้นในสนาม ก็กลายเป็นความเงียบงันของเอมิเรตส์ สเตเดียมในช่วงท้ายเกม รูปเกมในสนาม : แมนยูนิ่ง อาร์เซน่อลพลาด ตลอด 90

มาเธอุส คุนญ่า ยกคาร์ริคคือผู้ปลุก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ช่วงเวลาที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มกลับมาแสดงให้เห็นถึงสัญญาณบวกทั้งในแง่ฟอร์มการเล่นและบรรยากาศภายในทีม คำพูดของ มาเธอุส คุนญ่า ที่ออกมายกเครดิตให้กับ ไมเคิล คาร์ริค กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะไม่ได้พูดถึงแค่แท็กติกหรือผลการแข่งขัน แต่เจาะลึกไปถึง “หัวใจของทีม” ที่หลายคนมองว่าเป็นสิ่งที่แมนยูขาดหายไปในช่วงก่อนหน้า คุนญ่าชี้ชัดว่า สิ่งที่คาร์ริคนำกลับมา ไม่ใช่เพียงระบบการเล่นหรือแนวทางในสนาม แต่คือความเป็นหนึ่งเดียว ความเชื่อใจกันระหว่างนักเตะ และความรู้สึกว่า “ทุกคนกำลังสู้ไปในทิศทางเดียวกัน” ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของทีมฟุตบอลระดับสูง แมนยูในวันที่ขาดบางสิ่งที่มองไม่เห็น ก่อนหน้านี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นทีมที่มีคุณภาพนักเตะสูง แต่กลับเล่นไม่สมศักดิ์ศรี ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ฝีเท้าเพียงอย่างเดียว หากแต่อยู่ที่ความเชื่อมโยงในทีม เกมรับกับเกมรุกขาดความต่อเนื่อง นักเตะบางคนเล่นเหมือนต่างคนต่างทำ ในมุมมองของคุนญ่า นี่คือช่วงเวลาที่ทีมขาด “พลังร่วม” ซึ่งเป็นสิ่งที่วัดไม่ได้จากสถิติ แต่สัมผัสได้ชัดเจนในสนาม และเป็นสิ่งที่ทำให้หลายเกมของแมนยูจบลงด้วยความน่าผิดหวัง คาร์ริคกับบทบาทที่มากกว่าโค้ช มาเธอุส คุนญ่า พูดถึงคาร์ริคในฐานะคนที่เข้าใจนักเตะ เข้าใจสโมสร และเข้าใจแรงกดดันของการเล่นให้แมนเชสเตอร์

แม็กไกวร์ เปิดใจ ยกคาร์ริคคือจุดเปลี่ยน แมนยูค้นพบตัวตนใหม่อีกครั้ง

แม็กไกวร์ เปิดใจ ยกคาร์ริคคือจุดเปลี่ยน แมนยูค้นพบตัวตนใหม่อีกครั้ง ช่วงเวลาที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมาได้รับคำว่า “ผีแดง” อย่างเต็มปากเต็มคำอีกครั้ง ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชคช่วย หรือแค่ฟอร์มดีเพียงไม่กี่เกม แต่เป็นผลลัพธ์จากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ความคิด และบรรยากาศภายในทีม ซึ่งหนึ่งในคนที่ออกมายืนยันเรื่องนี้อย่างชัดเจน คือ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ที่ยอมรับตรงไปตรงมาว่า บทบาทของ ไมเคิล คาร์ริค คือหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ช่วยเปลี่ยนแมนยูจากทีมที่สับสน ให้กลับมาเป็นทีมที่เล่นฟุตบอลด้วยความเชื่อมั่นอีกครั้ง คำพูดของแม็กไกวร์ไม่ได้เป็นเพียงการให้เครดิตอดีตเพื่อนร่วมทีม แต่สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงในห้องแต่งตัว สนามซ้อม และรูปแบบการเล่นในสนาม ซึ่งแฟนบอลสัมผัสได้ชัดเจนว่า แมนยูในช่วงหลัง “ดูไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป” จากทีมหลงทาง สู่ทีมที่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร ก่อนหน้านี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยถูกตั้งคำถามอย่างหนักว่า “ทีมนี้มีตัวตนแบบไหนกันแน่” เกมรุกขาดความต่อเนื่อง เกมรับเปราะบาง และนักเตะหลายคนเล่นเหมือนไม่มั่นใจในบทบาทของตัวเอง แม็กไกวร์ยอมรับว่า ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นหนึ่งในช่วงที่ยากที่สุดของทีม ไม่ใช่แค่ผลการแข่งขัน

อาร์เตต้า เปิดใจ หลังอาร์เซน่อลพังคาบ้าน แมนยู เกมนี้เจ็บกว่าที่คิด

อาร์เตต้า เปิดใจ หลังอาร์เซน่อลพังคาบ้าน แมนยู เกมนี้เจ็บกว่าที่คิด ความพ่ายแพ้ของ อาร์เซน่อล ต่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คารังเอมิเรตส์ สเตเดียม ในศึก พรีเมียร์ลีก ไม่ใช่แค่ผลการแข่งขันที่ทำให้แฟนบอลปืนใหญ่ผิดหวัง แต่ยังเป็นเกมที่สะท้อนหลายปัญหาซึ่งถูกซ่อนอยู่ภายใต้ฟอร์มอันยอดเยี่ยมในช่วงก่อนหน้า และยิ่งชัดเจนมากขึ้นเมื่อ มิเกล อาร์เตต้า ออกมาให้สัมภาษณ์หลังเกมแบบ “พูดตรง ไม่อ้อมค้อม” คำพูดของอาร์เตต้าไม่ใช่การระบายอารมณ์ แต่เป็นการยอมรับความจริงอย่างผู้จัดการทีมที่เข้าใจฟุตบอลระดับสูง เกมนี้ไม่ได้แพ้เพราะโชคร้าย แต่แพ้เพราะรายละเอียดที่อาร์เซน่อล “ยังทำได้ไม่ดีพอ” และนั่นคือสิ่งที่เจ็บปวดที่สุด บริบทก่อนเกม : เกมใหญ่ที่อาร์เซน่อลหวังใช้ตอกย้ำความแข็งแกร่ง ก่อนเกมนี้ อาร์เซน่อลถูกมองว่าอยู่ในสถานการณ์ที่ได้เปรียบ ทั้งฟอร์มการเล่น ความมั่นใจ และการเล่นในบ้าน ขณะที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังถูกตั้งคำถามเรื่องความสม่ำเสมอและความแน่นอนในเกมใหญ่ หลายฝ่ายคาดหวังว่านี่จะเป็นอีกหนึ่งเกมที่อาร์เซน่อลใช้ประกาศศักดาในการลุ้นแชมป์ หรืออย่างน้อยต้องไม่แพ้ในบ้าน แต่ฟุตบอลระดับพรีเมียร์ลีกไม่เคยมีคำว่าง่าย และเกมนี้ก็กลายเป็นบทพิสูจน์ที่โหดร้าย รูปเกมโดยรวม :

ซีเนดีน ซีดาน ตำนานนักเตะ เผยชีวิตในสมัยมาค้าแข้งกับ ยูเวนตุส

ในโลกของฟุตบอล คงไม่มีใครไม่รู้จักชื่อของ ซีเนดีน ซีดาน หนึ่งในนักเตะผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ลูกหนังโลก เจ้าของฉายา “ซิซู” ผู้มีสไตล์การเล่นที่สง่างาม ดุดัน และเปี่ยมด้วยเทคนิคระดับปรมาจารย์ ล่าสุด ซีดานได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวชีวิตในช่วงที่เขาค้าแข้งกับ ยูเวนตุส สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งอิตาลี ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่หล่อหลอมให้เขากลายเป็นนักเตะระดับโลกอย่างแท้จริง การย้อนรำลึกของตำนานฝรั่งเศสรายนี้ทำให้แฟนบอลทั่วโลกได้เห็นอีกมุมหนึ่งของชายผู้สงบนิ่งนอกสนาม แต่เปี่ยมด้วยไฟแห่งการแข่งขันในทุกวินาทีที่อยู่ในสนาม ซีดานย้ายจากบอร์กโดซ์ สโมสรในลีกเอิง ฝรั่งเศส มาร่วมทีมยูเวนตุสในปี 1996 ด้วยค่าตัวประมาณ 3.2 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นจำนวนเงินที่ไม่น้อยในยุคนั้น ภายใต้การคุมทีมของมาร์เชลโล่ ลิปปี้ เขาได้ก้าวเข้าสู่เวทีที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตอย่างกัลโช่ เซเรีย อา ซึ่งในเวลานั้นถือเป็นลีกที่แข็งแกร่งที่สุดของยุโรป เต็มไปด้วยนักเตะระดับตำนานอย่าง เปาโล มัลดินี, โรแบร์โต้ บาโจ้, อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ และจอร์จ เวอาห์ ซีดานยอมรับว่า การปรับตัวในช่วงแรกไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฟุตบอลอิตาเลียนเต็มไปด้วยแท็กติก

พาร์เกอร์อยากเห็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดดึง อันเชล็อตติ คุมทีม

เมื่อ พอล พาร์เกอร์ อดีตกองหลังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า เขาอยากเห็นทีมเก่าของตนดึงตัว คาร์โล อันเชล็อตติ ยอดกุนซือชาวอิตาเลียนเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีม หากสโมสรตัดสินใจแยกทางกับ เอริก เทน ฮาก ในอนาคตอันใกล้ ความเห็นของพาร์เกอร์ได้สร้างกระแสอย่างกว้างขวางในหมู่แฟนบอล เนื่องจากชื่อของอันเชล็อตติถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและความสงบภายใต้แรงกดดัน ซึ่งตรงกันข้ามกับสถานการณ์ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเผชิญอยู่ในตอนนี้อย่างสิ้นเชิง พาร์เกอร์ ซึ่งเคยลงเล่นให้ปีศาจแดงในช่วงต้นยุค 90 และเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ภายใต้การคุมทีมของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เชื่อว่า ยูไนเต็ดต้องการกุนซือที่มีความนิ่ง มีบารมี และเข้าใจวิธีจัดการกับนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์อย่างแท้จริง เพื่อฟื้นฟูบรรยากาศภายในทีมที่ดูสั่นคลอนในปัจจุบัน เขากล่าวในบทสัมภาษณ์กับสื่ออังกฤษว่า “คาร์โล อันเชล็อตติคือคนที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต้องการ เขาเป็นโค้ชที่ทุกคนเคารพ ไม่ใช่เพราะเสียงดังหรือเข้มงวด แต่เพราะเขามีออร่าของความสงบและความมั่นใจ ซึ่งสามารถเปลี่ยนห้องแต่งตัวที่เต็มไปด้วยความกดดันให้กลับมาสงบได้ในทันที” คำพูดของพาร์เกอร์สะท้อนสิ่งที่แฟนบอลหลายคนรู้สึกในช่วงหลัง เมื่อยูไนเต็ดภายใต้การนำของเทน ฮากยังไม่สามารถสร้างความมั่นคงได้อย่างแท้จริง แม้จะมีช่วงเวลาที่ทีมโชว์ฟอร์มดี

วิคเตอร์ โยเคเรส ไม่ได้ยกระดับฝีเท้าขึ้นมามากนัก

หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจจากทั้งสื่อและแฟนบอลคือฟอร์มการเล่นของ วิคเตอร์ โยเคเรส (Viktor Gyökeres) กองหน้าชาวสวีเดนของ อาร์เซน่อล ซึ่งแม้จะถูกคาดหวังอย่างสูงหลังการย้ายจากโคเวนทรี ซิตี้ มาสู่ถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม แต่จนถึงตอนนี้หลายฝ่ายกลับมองว่าเขายังไม่สามารถยกระดับฝีเท้าขึ้นมาได้มากนักจากตอนที่ยังค้าแข้งอยู่ในแชมเปี้ยนชิพ ความคาดหวังอันมหาศาลของแฟนบอลกลายเป็นแรงกดดันมหึมาที่โยเคเรสต้องเผชิญในทุกนัดที่ลงสนาม โยเคเรสสร้างชื่อเสียงขึ้นมาอย่างโดดเด่นกับโคเวนทรีในฤดูกาล 2022-23 ซึ่งเขายิงไปถึง 21 ประตูและทำอีก 10 แอสซิสต์ในลีก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ผลงานอันร้อนแรงนั้นทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในกองหน้าที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดในอังกฤษ และเป็นเป้าหมายของหลายทีมในพรีเมียร์ลีก รวมถึงเอฟเวอร์ตัน เวสต์แฮม และอาร์เซน่อล สุดท้ายทีมของมิเกล อาร์เตต้าเป็นฝ่ายคว้าลายเซ็นของดาวยิงชาวสวีเดนมาครองด้วยค่าตัวราว 45 ล้านปอนด์ ท่ามกลางความคาดหวังว่าเขาจะเข้ามาเติมเต็มจุดอ่อนในตำแหน่งศูนย์หน้าที่ทีมขาดแคลนมานาน หลังจากที่กาเบรียล เชซุส และเอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ยังไม่สามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านไปหลายเดือนในเสื้ออาร์เซน่อล ผลงานของโยเคเรสกลับยังไม่เป็นไปตามที่แฟนบอลคาดหวัง เขาทำประตูได้น้อยกว่าที่หลายคนคาดไว้ และฟอร์มโดยรวมก็ไม่ได้โดดเด่นเหนือกว่าช่วงที่เล่นในลีกล่างมากนัก นักวิเคราะห์บางรายถึงกับระบุว่า “เขายังเป็นโยเคเรสคนเดิม เพียงแค่เปลี่ยนเสื้อทีมเท่านั้น”